เป็นความจริงที่ว่า “ความไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ” และ “อาหารเป็นสาเหตุประการสำคัญที่ทำให้เกิดโรคหรือเพิ่มความรุนแรงของโรค” แต่อาหารก็เป็นปัจจัย 4 ที่จำเป็นสำหรับการดำรงชีวิตของมนุษย์ !!!

แล้วจะทำอย่างไร? หากอยู่ในสภาวะ “เป็นโรค” แต่ยังต้องบริโภคอาหาร ซึ่งอาหารบางชนิดก็เป็นอันตรายต่อ “อายุ” หรือการมีชีวิตอยู่ของ “ผู้เป็นโรค” หรือผู้ป่วยเหล่านั้น ยิ่งไปกว่านั้น ผู้ป่วยส่วนใหญ่ไม่สามารถทราบได้ว่าอาหารชนิดใดบ้างที่เป็นประโยชน์หรือเป็นโทษต่อตน

“ธุรกิจอาหารเพื่อผู้ป่วย” น่าจะเป็นคำตอบในการแก้ไขปัญหาหรือตอบโจทย์ความจำเป็นดังกล่าว ดังตัวอย่าง “Modish” ธุรกิจอาหารเดลิเวอรีเพื่อผู้ที่ป่วยเป็นโรคอายุรกรรมโดยเฉพาะ เช่น โรคเบาหวาน โรคไต โรคความดันโลหิต โรคมะเร็ง โรคปอด ฯลฯ ซึ่งจะตระหนักถึงความสำคัญที่ว่า “อาหารที่เหมาะสำหรับผู้ป่วยนั้นต่างจากอาหารเพื่อสุขภาพทั่วๆ ไป เพราะไม่เพียงต้องใช้วัตถุดิบสด สะอาด แต่ต้องคำนึงถึง ‘สัดส่วน’ ของสารอาหารแต่ละมื้ออย่างรอบคอบ”* และ “สัดส่วนของอาหารแต่ละมื้อนั้นสัมพันธ์กับยาที่ใช้ และเมื่อยาของผู้ป่วยแต่ละคนไม่เหมือนกัน สัดส่วนอาหารที่เหมาะสมสำหรับผู้ป่วยแต่ละคนจึงแตกต่างกัน การควบคุมอาหารหรือดูแลเรื่องโภชนาการจึงเป็นสิ่งที่ต้องลงรายละเอียดในทุกๆ มิติ”** โดยมีแพทย์ นักโภชนาการ และนักปรุงอาหารทำงานร่วมกัน ธุรกิจลักษณะนี้จึงเป็นเสมือนผู้ช่วยในการจัดการเรื่องอาหารการกินให้แก่ผู้ป่วยได้อย่างถูกต้องตามหลักโภชนาการและเหมาะสมกับสภาวะร่างกายและจิตใจของผู้ป่วยแต่ละราย

จากที่กล่าวมานี้ นับเป็นก้าวย่างที่สำคัญเกี่ยวกับธุรกิจอาหาร ซึ่งไม่ใช่เพียงผลิต “อาหาร” เพื่อ “อร่อย” แต่เป็นการผลิต “อาหาร” เพื่อ “อายุ” ที่ยืนยาวของผู้ป่วย เพราะชีวิตมีค่า และการรักษาชีวิตเป็นสิ่งสำคัญ

*, ** อรุณวตรี รัตนธารี. Modish ธุรกิจอาหารเดลิเวอรี่ที่คิดขึ้นเพื่อผู้ป่วยอายุรกรรมเจ้าแรกในไทย. (ออนไลน์)
สืบค้นได้จาก https://www.greenery.org/articles/modishbusiness/, 14 ธันวาคม 2563.